ตอนที่ 6 : กำเนิดโลกแล้ว เกิดอะไรบนโลก? ประวัติศาสตร์โลก หรือ ประวัติศาสตร์มนุษย์?

โลกถือกำเนิดขึ้นในวงโคจรของระบบสุริยะวงที่สามนับออกมาจากดวงอาทิตย์เมื่อ4.55 พันล้านปีที่แล้ว[Fred Spier ผู้สอนวิชาBig History ที่University of Amsterdam และEindhoven University of Technology เขียนตำรา“Big History and the Future of Humanity” (2010, 2011)ใช้ตัวเลข4.5 พันล้านปีย่อสั้นเพื่อความสะดวก] กาลเวลาผ่านไปจนปัจจุบันมนุษย์พอมีคำตอบบ้างแล้วว่าได้เกิดอะไรขึ้นบนโลกที่เริ่มต้นเป็นดาวเคราะห์โลกที่ไร้ชีวิตบ้าง

การหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นบนโลกหรือในโลกก็คือการศึกษา​“ประวัติศาสตร์โลก” นั่นเองและนี่คือปัญหาอันซับซ้อนของนักประวัติศาสตร์

            ซึ่งส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงที่จะค้นหาคำตอบที่ควรจะต้องสืบสาวราวเรื่องประวัติโลกย้อนรอยถอยหลังไปให้ถึงจุดกำเนิดแรกของ“ประวัติศาสตร์ใหญ่”หรือBig Historyอย่างแท้จริงดังนั้นตำราประวัติศาสตร์โลกที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษโดยนักวิชาการตะวันตกว่า“World History” หรือ“History of the World” นั้นจึงมักจะเป็นประวัติศาสตร์ของโลกที่มีมนุษย์เกิดและอยู่มาแล้วเป็น“Human History”, “History of Mankind” หรือประวัติศาสตร์ของมนุษย์ไม่มีแม้กระทั่งประวัติศาสตร์ของธรรมชาติดินหินพืชและสัตว์แถมจะลำเอียงไปทางประวัติศาสตร์ของมนุษย์ในซีกโลกตะวันตกเป็นประวัติศาสตร์คนฝรั่งมากกว่าคนเอเชียอัฟริกาหรือชนชาติอื่นตำราประวัติศาสตร์ส่วนมากหรือเกือบทั้งหมดละเว้นที่จะเอ่ยถึงเรื่องเอกภพแกแล็กซี่ดวงดาวดวงอาทิตย์และโลกครั้งที่ยังไม่วิวัฒนาการชีวิตมนุษย์ปล่อยให้การอธิบายจักรวาลเอกภพอวกาศและดวงดาวต่างๆเป็นหน้าที่ของนักวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์นักวิชาการแต่ละสาขาต่างฝ่ายต่างศึกษาแยกทางกันหาความรู้โดยขาดการเชื่อมโยงกันทำให้มนุษย์พืชสัตว์ดินหินและดวงดาวไม่ได้ร่วมเส้นทางประวัติศาสตร์ใหญ่ด้วยกันความเข้าใจชีวิตและสิ่งแวดล้อมของมนุษย์จึงบกพร่องตื้นเขินและขาดจิตสำนึกในที่มาแห่งชีวิตตนอันแท้จริง

            หนังสือ“History of the World” โดยJ.M. Roberts (1976-1995) เริ่มต้นในบทนำก็ออกตัวทันทีโดยอ้างนักประวัติศาสตร์ชาวสวิสที่เคยกล่าวไว้ว่าประวัติศาสตร์เป็นวิชาที่ไม่สามารถจะเริ่มต้นณจุดเริ่มต้นได้ว่าแล้วRoberts ก็ย้ำเสริมว่าประวัติศาสตร์โลกของเขาคือเรื่องราวของมนุษย์มนุษย์ทำอะไรกันไว้ทุกข์สุขอย่างไรบ้างประวัติศาสตร์หมาแมวนั้นไม่มีต่อให้มีการบันทึกประวัติศาสตร์ภูมิอากาศก็ล้วนแล้วแต่จะเป็นการบันทึกเรื่องที่เกี่ยวข้องส่งอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทั้งสิ้น

            “The World, A History” (2011) โดยFelipe Ferna’ndez-Armesto เริ่มบทแรกประวัติศาสตร์โลกของเขาย้อนกลับไป5-7 ล้านปีโดยบอกว่ามนุษย์วิวัฒนาการมาจากลิงชิมแปนซีแล้วข้ามมาเริ่มอธิบายจริงจังเรื่องมนุษย์ที่เริ่มรู้จักใช้มือและเครื่องมือ(Homo habilis) เมื่อ2.5 ล้านปีที่แล้วตำราประวัติศาสตร์โลกเล่มนี้ไม่สนใจอธิบายที่มาของโลกก่อนมีมนุษย์เลย

            หนังสือประวัติศาสตร์อันเป็นงานระดับคุณภาพอมตะยุคแรกๆหรือที่เรียกว่าเป็นงานclassic ในปี1921 ของHendrik Willem Van Loon เรื่องThe Story of Mankind ตั้งชื่อตรงๆแล้วย้ำว่าประวัติศาสตร์ของมนุษย์เท่านั้นที่มีความสำคัญและเล่าได้ในบทที่1: The Setting of the Stage เป็นฉากแรกของประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่มีอยู่แล้วบนโลกไม่ใช่แม้กระทั่งจะเป็นประวัติศาสตร์โลกที่มีมนุษย์อาศัยอยู่เป็นส่วนหนึ่งVan Loon เริ่มต้นย่อหน้าแรกดังนี้:

“THE SETTING OF THE STAGE”

“We live under the shadow of a gigantic question mark. Who are we? Where do we come from? Whither are we bound? Slowly, but with persistent courage, we have been pushing this question mark further and further towards the distant line, beyond the horizon, where we hope to find our answer. We have not gone very far. We still know very little but we have reached the point where (with a fair degree of accuracy) we can guess at many things. In this chapter I shall tell you how (according to our best belief) the stage was set for the first appearance of man.”

ประวัติศาสตร์โลกของVan Loon เป็นความพยายามคาดเดาเรื่องที่มาที่ไปของมนุษย์เท่าที่จะพอเดากันได้และสารภาพว่ายังไม่มีความรู้จริงเกี่ยวกับมนุษย?มากมายนักยังจำจะต้องค้นหาคำตอบกันต่อไปประวัติศาสตร์โลกของVan Loon จึงทำได้แค่เริ่มต้นที่มนุษย์ปรากฏตัวขึ้นเท่านั้น


สมเกียรติ อ่อนวิมล
21 กันยายน 2561