ตอนที่ 16 : ประวัติศาสตร์อย่างไรดี?

ตำราประวัติศาสตร์ ชุดประวัติศาสตร์สากล ของหลวงวิจิตรวาทการ เป็นแบบฉบับของประวัติศาสตร์สากลโดยฝีมือนักประวัติศาสตร์ไทยสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สองที่บรรยายเรื่องต้นกำเนิดอารยธรรมของมนุษยชาติ เป็นตำราซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดในยุคนั้น ยังเป็นที่กล่าวถึงอยู่ในยุคปัจจุบัน และเป็นหนังสือชุดเดียวที่ให้ความสนใจ แม้จะเพียงเล็กน้อย ในประวัติศาสตร์ของเอกภพ ดวงดาว ระบบสุริยะ อันเป็นต้นทางของกำเนิดสิ่งมีชีวิต พืช สัตว์ และมนุษย์ในที่สุด แม้จะกล่าวถึงอย่างสั้นมากและมีที่ผิดพลาด

ผสมกับร่องรอยของการลอกเลียนความคิดผู้อื่นโดยไม่บอกที่มาหรือแหล่งอ้างอิง กระนั้นก็ตาม ก็ยังถือได้ว่าเป็นความคิดที่ต้องการให้แนวคิดใหม่แก่นักเรียนนักศึกษาชาวไทยในเรื่องประวัติศาสตร์ที่ใหญ่และกว้างไกลกว่าที่เคยมีในตำราประวัติศาสตร์โลกหรือที่หลวงวิจิตรฯเรียกว่าประวัติศาสตร์สากลโดยทั่วไป

มีตำราชื่อ “ประวัติศาสตร์สากล” โดยนักประวัติศาสตร์ชาวไทยอีกชุดหนึ่ง เขียนโดย นายเจริญ ไชยชนะ ที่เริ่มเขียนเมื่อปี 2507 จากนั้นมีการพิมพ์ต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงการพิมพ์ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2517 โดยสำนักพิมพ์เกษมบรรณกิจ ลำดับเนื้อหาเป็นประวัติศาสตร์โลกสมัยโบราณ สมัยกลาง สมัยใหม่ และ สมัยปัจจุบัน นายเจริญ ไชยชนะ เริ่มอธิบายประวัติศาสตร์สากลตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์แล้วเข้าสู่กำเนิดอารยธรรมมนุษย์ เรื่อยมาจนถึงต้นสงครามโลกครั้งที่สองในการพิมพ์ครั้งท้ายสุด ในตำราประวัติศาสตร์สากลชุดนี้ มิได้กล่าวถึงเอกภพและกำเนิดดวงดาวต่างๆก่อนเกิดโลกมนุษย์ และเช่นเดียวกับหลวงวิจิตรวาทการ นายเจริญ ไชยชนะเขียนตำราแบบไม่อ้างอิงแหล่งข้อมูลใดๆราวกับว่าทุกเรื่องเป็นความรู้และความคิดของตัวเองทั้งหมด แต่ในคำนำสำนักพิมพ์ก็ยืนยันว่านายเจริญรวบรวมข้อมูลความรู้จากตำราต่างประเทศหลากหลายมาเขียนรวมเป็นตำราชุดประวัติศาสตร์สากล ดังนั้นงานประวัติศาสตร์สากลของนายเจริญ ไชยชนะ จึงต้องอาศัยความน่าเชื่อถือในตัวนายเจริญ ไชยชนะเอง จะให้เป็นตำราวิชาการอ้างอิงที่ถูกต้องน่าเชื่อถือแท้จริงในทางวิชาการไม่ได้

นักประวัติศาสตร์ไทยผู้มีชื่อเสียงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ยุคที่วงการวิชาการประวัติศาสตร์ในโลกตะวันตกก้าวหน้าไปมากแล้วนั้น นักประวัติศาสตร์ไทยยังคงวนเวียนอยู่กับการรวบรวมลอกเลียนแปลปรับจับข้อมูลของของนักประวัติศาสตร์ต่างชาติมาเขียนใหม่อ้างเอาเป็นของตนเองกันเป็นสากล นักวิชาการไทยยุคปัจจุบัน อันเป็นยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สาม ที่เป็นรผลพวงของอิทธิพลการศึกษาการศึกษาจากต่างประเทศได้รับวัฒนธรรมทางวิชาการแบบตะวันตกมาอย่างเคร่งครัด ยังผลให้การเขียนงานวิชาการต่างๆจะสมบูรณ์ด้วยรูปแบบการเขียนที่อ้างอิงงานของผู้อื่นอย่างถูกต้องชัดเจน เป็นการแสดงความเคารพในกระบวนการทางวิชาการและทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นที่กลายเป็นวิถีปฎิบัติอันเป็นสากลไปแล้ว

สำหรับประเด็นที่ว่าการศึกษาประวัติศาสตร์โลกนั้นควรจะมีแนวทางการศึกษาแบบไหน ควรจะเริ่มที่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เข้าเรื่องกำเนิดอารยธรรมมนุษย์ แล้วต่อเนื่องเรื่องเรื่อยมามาจนถึงยุคปัจจุบัน หรือว่าควรจะย้อนไปเป็นประวัติศาสตร์ใหญ่ที่เริ่มตั้งแต่ระเบิดมหากัมปนาท หรือ The Big Bang กำเนิดเอกภพและดวงดาว แล้วค่อยๆวิวัฒนาการชีวิตบนดาวเคราะห์โลก ต่อมาเป็นประวัติศาสตร์อารยธรรมมนุษย์นั้น จะเลือกศึกษาเขียนตำรานำเสนอแบบไหนก็สุดแต่นักประวัติศาสตร์แต่คนแต่ละค่ายจะเห็นชอบ ส่วนใหญ่ในปัจจุบันตำราประวัติศาสตร์โลกนิยมเริ่มบรรยายตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์อารยธรรมมนุษย์ โดยเล่าถึงโลกก่อนมีมนุษย์ มีดิน หิน พืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตอื่น ส่วนเรื่องเอกภพและดาวดาวอันเป็นต้นทางที่มาของดาวเคราะห์โลกนั้นก็มักนิยมปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักดาราศาสตร์ที่จะแยกเขียนตำราในสาขาความรู้เฉพาะทางของตนเอง และโดยมากก็มักจะให้นักวิทยาศาสตร์สาขาจำเพาะต่างๆแยกเขียนประวัติศาสตร์อื่นแยกเฉพาะทางเอาเอง เช่นประวัติศาสตร์ดินหินก็เป็นหน้าที่ของนักธรณีวิทยาและปฐพีวิทยา เรื่องพืชและสัตว์ก็ให้ป็นเรื่องของนักชีววิทยาและธรรมชาติวิทยา ฯลฯ การที่เราจะเข้าใจชีวิตมนุษย์ปัจจุบันอย่างท่องแท้จึงจำเป็นต้องศึกษาประวัติศาสตร์อันกว้างใหญ่กว่า “ประวัติศาสตร์สากล” ที่รู้เพียงเรื่องความเจริญและความเสื่อมของมนุษย์ผ่านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สงคราม และ สันติภาพ แต่ไม่รู้ว่าชีวิตมนุษย์และโลกที่มนุษย์อยู่อาศัยเป็นที่ทำสงครามและสันติภาพนั้นมีความเป็นมาแต่อดีตกาลอันไกลโพ้นอย่างไร

ประวัติศาสตร์มนุษยชาติ และ ประวัติศาสตร์สากล พอที่จะให้มนุษย์ทำสงครามได้ แต่ไม่พอที่จะให้มนุษย์สร้างสันติภาพได้ จึงเป็นที่มาของความคิดและแนวทางการศึกษาประวัติศาสตร์ใหญ่ หรือ Big History ซึ่งกำลังค่อยๆเริ่มก่อตัวสร้างกลุ่มนักประวัติศาสตร์ใหญ่ขึ้นมาในโลกวิชาการประวัติศาสตร์ปัจจุบัน

สมเกียรติ อ่อนวิมล

30 พฤศจิกายน 2561