ตอนที่ 15 : ประวัติศาสตร์ใหญ่ ใน​“ประวัติศาสตร์สากล” โดย พล ตรี หลวงวิจิตรวาทการ (7)

หลวงวิจิตร ศิษย์ H.G. Wells

H.G. Wells เขียนตำราประวัติศาตร์เล่มใหญ่ชื่อ The Outline of History (1920) บทที่ 1 The Earth in Space and Time ส่วนหลวงวิจิตรเขียนตำรา “ประวัติศาสตร์ากล” ปี 2472 หรือ ค.ศ. 1929 ต้นฉบับภาษาอังกฤษ The Outline of History เขียนไว้ดังนี้:

“It is well to understand how empty of matter is space. If, as we have said, the sun were a globe nine feet across, our earth would, in proportion, be the size of one-inch ball, and at a distance of 322 yards from the sun. This is over a sixth of a mile. It would mean 3 1/2 minutes’ smart walking from the ball to the nine-foot globe. The moon would be a speck the size of a small pea, thirty inches from the earth.

Nearer to the sun than the earth would be two other very similar specks, the planets Mercury and Venus, at a distance of a hundred and twenty-four and two hundred and thirty-two yards respectively. Beyond the earth would come the planets Mars, Jupiter, Saturn, Uranus and Neptune, at distances from the sun of 488, 1,672, , 3,067, 6,169, and 9,666 yards respectively. From the sun to Neptune would be a two-hour walk. There would also be a certain number of very much smaller specks, flying about amongst these planets, are particularly a number called the asteroids circling between Mars and Jupiter, and occasionally a little puff of more or less luminous vapor and dust would drift into the system from the almost limitless emptiness beyond. Such a puff is what we call a comet. All the rest of the space about us and around us and for unfathomable distances beyond is cold, lifeless, and void. The nearest fixed star to us, on this minute scale, be it remembered – the earth as one-inch ball, and the moon a little pea – would be over 40,000 miles away! Most of the fixed stars we see would still be on this scale scores and hundreds of millions of miles off.”

แปลเป็นภาษาไทยได้ ดังนี้:

“เป็นการสมควรที่จะให้เกิดความเข้าใจว่าอวกาศนั้นว่างเปล่าไร้สิ่งใดๆเพียงไร สมมติว่าดวงอาทิตย์

เป็นลูกกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเก้าฟุต, โลกของเรา, โดยสัดส่วนเปรียบเทียบ, ก็จะเท่ากับลูกบอลขนาดหนึ่งนิ้ว, และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 322 หลา ซึ่งก็ราวๆ 1/6 ไมล์เศษ  จะใช้เวลาเดินสบายๆ 3 1/2 นาที จากลูกบอลไปถึงลูกกลมเก้าฟุต. ดวงจันทร์ก็จะมีขนาดเพีบงแค่ก้อนน้อยๆขนาดเท่ากับเม็ดถั่วลันเตาขนาดเล็กก่างจากโลกไปสามสิบนิ้ว.

ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลกก็คือก้อนเล็กๆคล้ายกัน คือดาวพุธและดาวศุกร์ ระยะห่างจากออกไปหนึ่งร้อยยี่สิบสี่และสองร้อยสามสิบสองหลาตามลำดับ เลยโลกออกไปก็เป็นดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัสและดาวเนปจูน ณ ระยะห่างจากดวงอาทิตย์ 488, 1,672, 3,067, 6,169, และ 9,666 หลา ตามลำดับ จากดวงอาทิตย์ถึงดาวเนปจูนจะใช้เวลาเดินสองชั่วโมง และระหว่างดาวเคราะห์เหล่านี้ก็จะมีเม็ดเล็กอีกจำนวนหนึ่งล่องลอยอยู่ โดยเฉพาะพวกอุกกาบาตจำนวนมากในวงโคจรระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัส นอกจากนั้นก็เป็นพวกฝุ่นละอองไอที่สะท้อนแสงมองเห็นได้ที่โคจรเข้ามาในระบบจากที่สุดแสนห่างไกลเกือบไร้ขอบเขตจำกัด ก้อนฝุ่นละอองนี้เราเรียกว่าดาวหาง (comet) ที่เหลือเป็นพื้นที่อวกาศรอบๆเราและไกลออกไป เป็นพื้นที่อวกาศเย็นเยือก ไร้ชีวิต และว่างเปล่า ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้เรามากที่สุดก็จะอยู่ไกลออกไปถึง 40,000 ไมล์! ในสัดส่วนเปรียบเทียบแบบย่อขนาดที่เราอธิบายอยู่นี้ – โดยให้คิดว่าโลกเท่ากับลูกบอลขนาดหนึ่งนิ้ว, และดวงจันทร์เท่ากับเมล็ดถั่วลันเตา. ดาวฤกษ์ดวงอื่นๆส่วนใหญ่ วัดระยะตามสัดส่วนเปรียบเทียบแบบเดียวกันนี้ก็จะอยู่ไกลออกไปนับร้อยๆล้านไมล์.”

(อ้างจาก The Outline of History by H.G.Wells ฉบับ New Edition, Two Volumes in One พิมพ์ปี 1927 โดยสำนักพิมพ์ The MacMillan Company, New York – H.G.Wells แก้ไขปรับปรุงตัวเลขและข้อความบางตอน ต่างไปจากฉบับแรกที่พิมพ์ในปี 1920 และ 1921)

เอาข้อเขียนของหลวงวิจิตรฯมาเปรียบเทียบกับข้อเขียนของ H.G. Wells จึงพบความเหมือนกันในวิธีคิดเปรียบเทียบย่อส่วนและวางตำแหน่งของดาวต่างๆ เพียงแต่หลวงวิจิตรฯใส่ชื่อพื้นที่วางดวงดาวสมมติเป็นชื่อตำแหน่งที่ตั้งของไทยในกรุงเทพฯแบบไม่บอกตัวเลข แต่ H.G. Wells ไม่บอกชื่อเป็นสถานที่ ตำบล อำเภอ อย่างที่หลวงวิจิตรฯทำ ทำให้มองเห็นความง่ายแต่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ของงานเขียนของหลวงวิจิตร เทียบกับความใส่ใจในรายละเอียดของ H.G. Wells ทั้งๆที่หลวงวิจิตรเขียนทีหลังเขียนทีหลัง H.G. Wells ถึงเก้าปี และมีความเป็นไปได้ว่าหลวงวิจิตรเอาความคิดและข้อเขียนของ H.G. Wells มาทำเป็นแบบไทยจนเหมือนเป็นความคิดของหลวงวิจตรเอง หลวงวิจิตรวาทการ ผู้เขียนตำรา “ประวัติศาสตร์สากล จากโลกไปนานแล้วจึงไม่มีโอกาสชี้แจงแหล่งอ้างอิงตำราของท่าน นักศึกษาประวัติศาสตร์รุ่นหลังจึงมีหน้าที่วิเคราะห์งานของหลวงวิจิตร์ต่อไปตามที่พอจะหาหลักฐานชำระตำราประวัติศาสตร์สากลของท่านได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหาหลักในตำรานอกเหนือจากบทแรกว่าด้วย “ข้อความเบื้องต้น” ซึ่งเป็นที่สนใจเฉพาะประเด็น “ประวัติศาสตร์ใหญ่” หรือ Big History ณ ที่นี้


สมเกียรติ อ่อนวิมล
23 พฤศจิกายน 2561