ตุลาคม 2018

กินยาแก้ปวดมากไป ทำไตพัง

#กินยาแก้ปวดมากไป ทำไตพัง

ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคไตรายใหม่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยมีสาเหตุมาจากการซื้อยามากินเอง และกินยาต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะคนที่กินยาแก้ปวดต่าง ๆ ยาแก้อักเสบ หรือยาปฏิชีวนะบางชนิด รวมถึงยาจีน ยาสมุนไพรไทย ที่ปัจจุบันหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด ซึ่งมีผลทำให้ไตเสื่อม และไตวายได้

#ยาอะไรบ้างที่เป็นอันตรายต่อไต
ยากลุ่มเอ็นเสด (NSAIDS) เป็นยาแก้ปวดที่ดี ใช้บรรเทาปวดจากโรคเกาต์ ข้อเข่าเสื่อม ปวดประจำเดือน ไมเกรน และปวดฟัน เป็นต้น แต่ยากลุ่มนี้มีความเสี่ยงหลายอย่าง เช่น ทำให้ความดันโลหิตสูง ค่าการทำงานของไตลดลง ไตวายเฉียบพลัน ไตวายเรื้อรัง จนถึงขั้นต้องฟอกเลือดล้างไต จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ ต้องใช้ยาให้ถูกขนาด ไม่ใช้ยาต่อเนื่องนาน ๆ และต้องมีการตรวจและติดตามการทำงานของไต และไม่ใช้กับผู้ที่เป็นโรคไตอยู่แล้ว
** ที่สำคัญ ยากลุ่มเดียวกัน แต่ชื่อการค้าอาจไม่เหมือนกัน ซึ่งเราควรศึกษาว่า ยานั้นเป็นกลุ่มยาเดียวกันหรือไม่ และยานั้นมีชื่อการค้าอะไร

#ยากลุ่มเอ็นเสดนี้ หลายคนใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่
อินโดเมทาซิน (Indomethacin)
คือ ยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือ NSAIDs ใช้รักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเก๊าท์ โรคข้อเสื่อม ลดอาการปวด บวม ที่มีสาเหตุจากข้ออักเสบและเอ็นกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งใช้บรรเทาอาการปวดประจำเดือน เป็นต้น

#ไอบูเฟน หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
เป็นยาในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ซึ่งเป็นยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ใช้เป็นยาแก้ปวดที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง สามารถใช้บรรเทาอาการปวดประจำเดือน ไมเกรน อาการปวดจากข้ออักเสบ และใช้เป็นยาลดไข้
ตัวอย่างยาไอบูโพรเฟน
ยาไอบูโพรเฟน (ชื่อสามัญ) มีชื่อทางการค้า เช่น บรูเฟน (Brufen), บูเฟล็กซ์ (Buflex), แอดวิล (Advil), แอมบูเฟน (Ambufen), แอนไบเฟน (Anbifen), อะนูเฟน (Anufen), อะโพรเฟน (Aprofen)

#ไพร็อกซิแคม (Piroxicam)
เป็นยาในกลุ่มต้านอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือ NSAIDs ใช้รักษาอาการปวดและการอักเสบ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคข้อเสื่อม เพื่อลดอาการปวด และยึดตึงจากข้ออักเสบ นอกจากนี้ยังใช้บรรเทาอาการอื่น เช่น ปวดประจำเดือน ปวดแผลหลังการผ่าตัด และหลังการคลอดบุตร เป็นต้น
ตัวอย่างยาไพร็อกซิแคม
ยาไพร็อกซิแคม (ชื่อสามัญ) มีชื่อทางการค้า เช่น บิวตาซินอน ฟอร์ต (Butacinon Fort), เดซาลิน (Dexalin), เฟลแคม (Felcam), เฟลดีน (Feldene), ฟลามิก (Flamic), ไพร็อกเซน (Piroxen)

#ไดโคลฟีแนค (Diclofenac)
หรือยาที่คนทั่วไปรู้จักในชื่อการค้าว่า บูฟีแนค (Bufenac), ไดฟีลีน (Difelene), โดซาแนค (Dosanac) หรือโวลทาเรน อีมัลเจล (Voltaren emulgel) เป็นยาในกลุ่มยาแก้ปวดจำพวกเอ็นเสด (NSAIDs) และเป็นยาที่ใช้บ่อยตัวหนึ่งในบ้านเรา โดยใช้แก้ปวดที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ปวดศีรษะไมเกรน ปวดข้ออักเสบจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ข้อเสื่อมชนิดรุนแรง ข้อสันหลังอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น

#เมเฟนามิค แอซิด (Mefenamic Acid) เป็นยาในกลุ่มยาเอ็นเสด ใช้แก้ปวดที่มีความรุนแรงเล็กน้อยไปจนถึงปานกลาง เช่น ปวดประจำเดือน อาการปวดจากโรคข้ออักเสบ และปวดหลังการผ่าตัด

#เซเลโคซิบ (Celecoxib) คือ ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ออกฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบและอาการปวดที่มีสาเหตุมาจากโรคและภาวะต่าง ๆ เช่น ปวดประจำเดือน โรคข้อเข่าเสื่อม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นต้น

#มีลอกซิแคม (Meloxicam) คือ ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ใช้บรรเทาอาการอักเสบ บวม ตึง หรือปวดจากโรคไขข้อต่าง ๆ เช่น โรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นต้น ใช้ได้ทั้งในผู้ใหญ่และเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป การใช้ยาในระยะยาวหรือในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยา

หลัก 4 ควร เพื่อถนอมไต คือ กินยารักษาอย่างต่อเนื่อง สอบถามจนเข้าใจถึงยาทึ่กินอยู่ แจ้งแพทย์ทุกครั้งว่าเป็นโรคอะไร และมีรายชื่อยาที่ใช้เป็นประจำพกติดตัวไว้ เมื่อมาพบแพทย์
ส่วนหลัก 4 ไม่ควร เพื่อป้องกันผลเสียของยาต่อไต คือ ไม่หยุดยาเอง ไม่ซื้อยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อ หรืออาหารเสริมมากินเอง ไม่หลงเชื่อคำโฆษณาแล้วซื้อยาที่ไม่รู้จักมากิน และไม่กินยาของผู้อื่น โดยเชื่อว่าจะใช้ได้ผลดีเหมือนกัน
ซึ่งหากใช้ยาได้ถูกต้อง สมเหตุผล ปัญหาเรื่องไตก็จะลดลง

#ขอบคุณข้อมูลจาก
พญ.วรรณิยา มีนุ่น แพทย์ด้านอายุรกรรมโรคไต รพ.ราชวิถี
จากงานเสวนา หัวข้อ “ยาที่ควรระวังในโรคไต” จัดโดยชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย

สมุนไพรทำลายไต ตายไม่รู้ตัว

สมุนไพร #ทำลายไต ตายไม่รู้ตัว 😱🤢🍃☘️

สมุนไพรที่เป็นสาเหตุของการบาดเจ็บที่ไต
– #พิษทำให้บาดเจ็บของไตโดยตรง เช่น
• #มะเฟือง สรรพคุณแก้ไอ ขับปัสสาวะ แต่อย่าดื่มมะเฟืองคั้นตอนท้องว่าง, อย่าทานมะเฟืองในขณะที่ร่างกายมีภาวะขาดน้ำ ไม่ควรทานในปริมาณมาก เพราะอาจทำให้เกิดอาการทางระบบประสาทในผู้ป่วยโรคไต ได้แก่อาการสะอึก สับสน ชัก ไม่รู้สึกตัว และนำไปสู่การเสียชีวิตได้
• #ลูกเนียง กินลูกเนียงดิบและดื่มน้ำน้อย เกิดอาการพิษพบในผู้ชายส่วนใหญ่ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเอว ปัสสาวะลำบาก ความดันเลือดสูง เกิดนิ่วและอุดตันทางเดินปัสสาวะ ทานลูกเนียงแบบต้มช่วยลดพิษจากกรดบางชนิดในลูกเนียงได้
• #ชะเอมเทศ สรรพคุณแก้ไอ ละลายเสมหะ (ส่วนผสมในยาอมแก้ไอ) อาจทำให้เกิดความดันเลือดสูง ใช้ติดต่อกันนานอาจเกิดการบาดเจ็บบริเวณท่อไตส่วนต้น
• #แครนเบอร์รี่ คุณสมบัติป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ แต่ทานมากไปต่อเนื่องนานไป (โดยเฉพาะในรูปแบบเม็ด) อาจเกิดนิ่วได้
• #มาฮวง สมุนไพรจีน สรรพคุณรักษาโรคหอบหืด และไข้หวัด และใช้ลดน้ำหนัก แต่อาจเกิดความดันโลหิตสูง ชีพจรเต้นเร็ว มีผลต่อระบบประสาททำให้เกิดอาการสั่นนอนไม่หลับ อาจเกิดนิ่ว(กรณีทานในรูปแบบอาหารเสริม) หรืออาจรุนแรงถึงเลือดออกในสมอง หัวใจเต้นผิดปกติ จนถึงขั้นหัวใจหยุดเต้น

– #พิษจากสารที่ปนเปื้อนกับสมุนไพร
ขาดมาตราฐานในการผลิต เช่น พบเสตียรอยด์, สารตะกั่ว,สารหนู,สารปรอท ทำให้เกิดพิษ เกิดการบาดเจ็บที่ท่อไต เกิดภาวะโปรตีนรั่วในปัสสาวะ เกิดอาการเบาจืด เป็นต้น
– #พิษจากการใช้สมุนไพรผิดชนิด
เช่นใช้สมุนไพรจีนบางตัวที่มีส่วนผสมของ Aristolochic acid เพื่อใช้ลดน้ำหนัก หรืออยู่ในอาหารเสริม ทำให้เกิดไตเสื่อมอย่างรวดเร็ว และภาวะซีดรุนแรง และอาจจำไปสู่การเป็นมะเร็งของเซลส์ทางเดินปัสสาวะ
– #ฤทธิ์ของสมุนไพรตีกับยาตัวอื่น
เช่น การใช้ยา St.John’s wort เพื่อรักษาความผิดปกติทางอารมณ์ และต้านภาวะซึมเศร้า อาจเกิดปฏิกิริยาต่อต้านเฉียบพลันต่อยากดภูมิในผู้ป่วยที่ปลูกถ่ายไต
– #พิษจากการใช้สมุนไพรในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง
ที่เกี่ยวข้องกับปริมาณโพแทสเซียม

#กลุ่มทำให้โพแทสเซียมสูง

• น้ำลูกยอ มีความเชื่อว่าใช้รักษามะเร็ง และอาจทำให้เกิดตับอักเสบ
• ทุเรียนก้านยาว, ทุเรียนชะนี
• ส้มสายน้ำผึ้ง

#กลุ่มทำให้โพแทสเซียมต่ำ #ความดันเลือดสูง

• ชะเอมเทศ
• มะขามแขก
• มาฮวง
• โสม

เรียบเรียง : ศิริบูรณ์ ณัฐพันธ์
ข้อมูล : สุภินดา ศิริลักษณ์, อาคม นงนุช, ชาครีย์ กิติยากร
หน่วยโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
หน่วยโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล