Back to คนมีสาระ

รู้เท่าทันยุค Post-Truth โลกที่คนไม่สนความจริง

#รู้เท่าทันยุค Post-Truth โลกที่คนไม่สนความจริง

#ปัจจุบันเรื่องการรู้เท่าทันสื่อ หรือการรู้เท่าทันโลกดิจิทัลที่คนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ทำทางด้าน Social Media ต่างๆ ไม่ว่า จะเป็น Facebook twiter หรือ IG พยายามเร่งที่จะให้คนทั่วไปรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล โดยนโยบายของหน่วยงานเหล่านี้พยายามให้คนรู้เท่าสื่อดิจิทัลและ ทำอย่างไรไม่ให้ระบบของเขาไปทำลายเสรีภาพทางการสื่อสาร โลก

#โซเซียลมีเดีย มีศัพท์ทางเทคนิคที่เรียกว่า user generated content คือบุคคลที่มีการใช้งานในโลกดิจิทัลที่สามารถใช้และสร้าง Content อย่างเช่น Facebook ที่มีการผลิต Platform แต่จะมีผู้ใช้งานเป็นคนช่วยผลิต Content ต่างๆ คอยส่งข้อมูลเพื่อให้เกิดการแชร์ ซึ่งใครๆก็สามารถที่จะส่งข้อมูลต่างๆเหล่านี้ได้ ซึ่งจากสถานการณ์ต่างๆตรงนี้ทำให้เราเจอวิกฤตคือ ผู้ใช้งานบางคนอยากที่จะ ปล่อยข่าวลือ ข่าว Fake ข่าวที่ไม่จริงออกไปด้วยเป้าหมายอะไรบางอย่าง ทำให้ในระบบนั้นกลายเป็นระบบที่ไม่มีคุณภาพ อย่างเช่นในสังคมเราตอนนี้ที่เจอปัญหาตรงนั้นคือ ข้อมูลที่เป็นเรื่องไม่จริงมีอยู่เยอะมากในพื้นที่สื่อ Social โดยขณะนี้มี application หลายๆ App ที่ตระหนักในเรื่องนี้

#ในโลก #Social การรับรู้ข้อมูลข่าวสารจะไม่เหมือน TV ที่จะเป็นไปตามช่วงเวลาที่ออกอากาศ แต่ในโลก Social ข้อมูลจะกระจายเป็นใยแมงมุม ซึ่งขึ้นอยู่กับการ Click ของคนซึ่งจะมีทั้งข่าวเก่าและข่าวใหม่วนเวียนกัน จากการทำงานวิจัยทำให้เห็นว่าข่าวที่เป็น Fake NEWS หรือข่าวไม่จริงจะมีการวิ่งในลักษณะวิ่งแล้วกระจายเหมือนใยแมงมุม ซึ่งพื้นฐานของคนชอบในการแชร์ ในขณะเดียวกันหากมีข่าวแก้ออกมาข่าวแก้จะมีการวิ่งที่ช้ากว่า ในขณะที่ข่าวลวงจะหยุดกระแสได้จะใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าที่จะมีการหยุดข่างลวงเหล่านั้น

#ข่าวลือ นั้นจะหยุดได้ต้องมีตัวช่วยคือต้องมีสำนักข่าวกระแสหลักจะช่วยหยุดข่าวลือได้ดีมากเพราะ ว่าสำนักข่าวเหล่านนี้จะมีการตรวจสอบและมีความน่าเชื่อถือ และต้องเข้าใจข่าวลือหรือข่าวที่เป็น Fake NEWS จะมีลักษณะเป็นเหมือน ซอมบี้ คือไม่วันตาย

จากข้อมูลที่เป็นลักษณะนี้เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไรและจะหยุดมันอย่างไร เราต้องเข้าใจพื้นฐานก่อนว่า โซเซียลมีเดียกับ อินเตอร์เน็ต มีความแตกต่างกัน อินเตอร์เน็ต คือพื้นที่สาธารณะที่ใครๆก็เข้าไปได้ อย่างเวลาที่เราจะหาข้อมูลจะเป็นในลักษณะเชิงรุกคือเราเข้าไปคลิกว่าเราอยากดูข้อมูลอะไร ส่วนโลกโซเซียลเป็นพื้นที่ของบริษัทที่มี Platform ของบริษัทซึ่งวิธีการรับข้อมูลข่าวสารขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัท อย่างในกรณีของแอปพลิเคชั่น Watch APP ในอินเดียซึ่งเป็นกลุ่มปิด ซึ่งถือว่ามีความปลอดภัยสูง แต่ในขณะเดียวบริษัทไม่สามารถที่จะกลั่นกรองข้อมูลต่างๆได้ แต่เมื่อเกิดข่าวลือทางบริษัทได้ทำการหยุดการแพร่กระจายข้อมูลด้วยลดปริมาณคนที่เห็นจากการแชร์ เพื่อลดจำนวนคนที่จะเห็นข้อมูลที่เป็นเท็จ สำหรับ Facebook จะวิธีการเช็คที่เรียกว่า Fact Checking ว่าข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลจริงหรือไม่

แต่ปัจจุบันสิ่งที่น่ากลัวอีกอย่างจากข่าวลือในโลกโซเชียลที่บางครั้งไม่ได้เกิดขึ้นจากมนุษย์ ซึ่งในปัจจุบันมีลักษณะเหมือนการใช้ Robot ซึ่งสามารถที่จะแชร์ได้เร็วกว่าเราเยอะ ซึ่งปัจจุบันสื่อที่เป็นโซเชียลได้มีวิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ อย่างแรกคือว่าดูว่าใครเป็นเป็นคนปล่อยข่าวลือนั้นแล้วจะเข้าไปทำการป้องกัน detect

ในการใช้เทคโนโลยีทุกอย่างมีทั้งข้อดีข้อเสีย สื่อโซเชียลก็เช่นกันอย่างที่เห็นว่ามีข้อดีอยู่มหาศาลที่ทำให้เราได้ อุสาหกรรมทางความคิดสร้างสรรค์จากคนทั่วไป และเป็นช่องทางในการสื่อสารให้คนทั่วไป ในส่วนของข่าวปลอมที่มีเยอะ เราต้องฝากไว้กับคน 2 กลุ่มอย่างแรกคือคนทั่วไปที่ใช้ซึ่งตอนนี้มีวิธีการที่สามารถเช็คและคิดเยอะๆก่อนที่จะแชร์ ส่วนกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มนักข่าวสำนักข่าวต่างๆที่จะต้องคอยเช็คความจริงให้กับผู้ชม โดยที่จะต้องไม่เป็นต้นตอของการแชร์ข่าวลวงต่างๆซึ่งนักข่าวถือได้ว่าเป็นผู้มีอิทธิพลสำคัญในการที่จะแพร่กระจายข่าว ซึ่งก่อนเมื่อเรามีความเชื่อว่าใครๆก็สามารถผลิตสื่อได้แต่ตอนนี้เรามาถึงยุคที่ต้องเชื่อในเรื่องของความเป็นมืออาชีพมากขึ้นในการที่จะผลิตสื่อต่างๆ
.
ผศ.พิจิตรา สึคาโมโต้
หัวหน้าภาควิชาสารสนเทศ คณะนิเทศศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Back to คนมีสาระ