โลกร้อน

โลกร้อน

ปัจจุบันคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือIPCC ได้กำหนดให้อุณหภูมิทั่วโลกสูงขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส ในปี คศ. 2100 แต่ในช่วง 40-50 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิที่ขั้วโลกเหนือโดยเฉลี่ยสูงขึ้น 5 องศาเซลเซียส ผลที่ปรากฎจากการที่ขั้วโลกเหนือชั้นหรือแผ่นน้ำแข็งละลายและมีจำนวนลดลงทำให้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของหมีขั้วโลกส่วนในทะเลและใต้ทะเลการที่น้ำแข็งละลาย ทำให้ชั้นน้ำจืดบนผิวน้ำทะเล หนาขึ้น (น้ำขุ่น) มีการปรากฎของชนิดพันธุ์ที่ไม่พึงอยู่ในเขตขั้วโลกสูงขึ้นเช่น แมงกระพรุน และสาหร่ายขนาดใหญ่ (kelp) ชั้นบรรยากาศ มีสีสรรของแสงเหนือ (aurora) ส่วนที่ขั้วโลกใต้ชั้นหรือแผ่นน้ำแข็งละลายและลดลงบนบกทำให้อัตรารอดของลูกนกเพนกวินลดลงเหลือน้อยกว่า10%ขณะที่ในทะเลและใต้ทะเล

มีการพบพยาธิและปรสิตบนตัวปลามากขึ้น และที่ชั้นบรรยากาศ มีสีสรรของแสงใต้ (aurora)

ผลของภาวะโลกร้อนที่มีต่อประเทศไทย คือภาวะการเปลี่ยนแปลงของอากาศสุดโต่ง เช่น ฝนตกมากและนานขึ้น อากาศร้อนมากขึ้น พบระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ปีละ 2 – 3 มิลลิเมตร เกิดการกัดเซอะชายฝั่ง และปัญหาน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย เกิดปรากฏการปะการังฟอกขาว ระบบนิเวศปะการังเสื่อมโทรม

การละลายของทะเลน้ำแข็ง (sea ice) มากกว่า 30% ทั่วโลก ณ ปัจจุบันทำให้คาดว่าในอีก 30 ปี จะไม่มีทะเลน้ำแข็ง นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า ชั้นน้ำแข็ง (ice sheet) ที่ Greenland จะละลายหมดในอีก50,000 ปี ข้างหน้าทำให้ น้ำทะเลสูงขึ้นประมาณ 7 เมตร แต่เนื่องจากภาวะโลกร้อน ณ ปัจจุบัน อัตราการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกจะรวดเร็วขึ้น คาดว่า ภายในปี ค.ศ. 2100 ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น 50 เซนติเมตร หากสามารถควบคุมได้ อัตราการละลายของน้ำแข็งจะช้าลง การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล จะเหลือ 10 เซนติเมตร ซึ่งถ้ารวมกับการละลายที่ขั้วโลกใต้ ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น 15 เซนติเมตร

ข้อควรรู้

โลกร้อนหยุดไม่ได้ แต่สามารถ “ชะลอ” ให้ช้าลงได้โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของมนุษย์ เช่น ลดการใช้พลังงานน้ำมันที่มาจากฟอสซิล ใช้พลังงานทางเลือก ประหยัดไฟ ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก เช่นถุงพลาสติก กล่องโฟม โดยประเทศไทยมีแผนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้ลดลง 20-25 % ภายในปี ค.ศ. 2030 หรืออีก 18 ปีข้างหน้า

ที่ประชุมภาคีแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่24 หรือ COP 24 ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่2 ธันวาคม 2561ที่เมืองคาโตวีตเซ ของโปแลนด์ คณะผู้แทนจาก 196ประเทศ เห็นพ้องที่จะใช้ข้อกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการลดก๊าซเรือนกระจก ตามข้อตกลงปารีสที่ลงนามปี พ.ศ. 2558 ในการประชุม COP 21 เป้าหมายสำคัญ คือ รักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 – 2.0 องศาเซลเซียส จากก่อนช่วงยุคพัฒนาอุตสาหกรรมซึ่งจะเริ่มใช้มาตรการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นรูปธรรม ในปี 2563 เพราะหากล่าช้า โลกอาจมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 3 องศาเซลเซียส ภายในศตวรรษนี้ โดยประธานที่ประชุม COP 24 มีความเห็นว่า การแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องง่าย การเดินหน้าตามข้อตกลงปารีส เป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ และใช้เวลาระยะยาว ที่ต้องทำ

ผู้เขียน

รศ.ดร.วรณพ วิยกาญจน์ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล

คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ