Back to คนมีสาระ

กินยาแก้ปวดมากไป ทำไตพัง

#กินยาแก้ปวดมากไป ทำไตพัง

ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคไตรายใหม่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยมีสาเหตุมาจากการซื้อยามากินเอง และกินยาต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะคนที่กินยาแก้ปวดต่าง ๆ ยาแก้อักเสบ หรือยาปฏิชีวนะบางชนิด รวมถึงยาจีน ยาสมุนไพรไทย ที่ปัจจุบันหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด ซึ่งมีผลทำให้ไตเสื่อม และไตวายได้

#ยาอะไรบ้างที่เป็นอันตรายต่อไต
ยากลุ่มเอ็นเสด (NSAIDS) เป็นยาแก้ปวดที่ดี ใช้บรรเทาปวดจากโรคเกาต์ ข้อเข่าเสื่อม ปวดประจำเดือน ไมเกรน และปวดฟัน เป็นต้น แต่ยากลุ่มนี้มีความเสี่ยงหลายอย่าง เช่น ทำให้ความดันโลหิตสูง ค่าการทำงานของไตลดลง ไตวายเฉียบพลัน ไตวายเรื้อรัง จนถึงขั้นต้องฟอกเลือดล้างไต จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ ต้องใช้ยาให้ถูกขนาด ไม่ใช้ยาต่อเนื่องนาน ๆ และต้องมีการตรวจและติดตามการทำงานของไต และไม่ใช้กับผู้ที่เป็นโรคไตอยู่แล้ว
** ที่สำคัญ ยากลุ่มเดียวกัน แต่ชื่อการค้าอาจไม่เหมือนกัน ซึ่งเราควรศึกษาว่า ยานั้นเป็นกลุ่มยาเดียวกันหรือไม่ และยานั้นมีชื่อการค้าอะไร

#ยากลุ่มเอ็นเสดนี้ หลายคนใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่
อินโดเมทาซิน (Indomethacin)
คือ ยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือ NSAIDs ใช้รักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเก๊าท์ โรคข้อเสื่อม ลดอาการปวด บวม ที่มีสาเหตุจากข้ออักเสบและเอ็นกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งใช้บรรเทาอาการปวดประจำเดือน เป็นต้น

#ไอบูเฟน หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
เป็นยาในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ซึ่งเป็นยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ใช้เป็นยาแก้ปวดที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง สามารถใช้บรรเทาอาการปวดประจำเดือน ไมเกรน อาการปวดจากข้ออักเสบ และใช้เป็นยาลดไข้
ตัวอย่างยาไอบูโพรเฟน
ยาไอบูโพรเฟน (ชื่อสามัญ) มีชื่อทางการค้า เช่น บรูเฟน (Brufen), บูเฟล็กซ์ (Buflex), แอดวิล (Advil), แอมบูเฟน (Ambufen), แอนไบเฟน (Anbifen), อะนูเฟน (Anufen), อะโพรเฟน (Aprofen)

#ไพร็อกซิแคม (Piroxicam)
เป็นยาในกลุ่มต้านอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือ NSAIDs ใช้รักษาอาการปวดและการอักเสบ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคข้อเสื่อม เพื่อลดอาการปวด และยึดตึงจากข้ออักเสบ นอกจากนี้ยังใช้บรรเทาอาการอื่น เช่น ปวดประจำเดือน ปวดแผลหลังการผ่าตัด และหลังการคลอดบุตร เป็นต้น
ตัวอย่างยาไพร็อกซิแคม
ยาไพร็อกซิแคม (ชื่อสามัญ) มีชื่อทางการค้า เช่น บิวตาซินอน ฟอร์ต (Butacinon Fort), เดซาลิน (Dexalin), เฟลแคม (Felcam), เฟลดีน (Feldene), ฟลามิก (Flamic), ไพร็อกเซน (Piroxen)

#ไดโคลฟีแนค (Diclofenac)
หรือยาที่คนทั่วไปรู้จักในชื่อการค้าว่า บูฟีแนค (Bufenac), ไดฟีลีน (Difelene), โดซาแนค (Dosanac) หรือโวลทาเรน อีมัลเจล (Voltaren emulgel) เป็นยาในกลุ่มยาแก้ปวดจำพวกเอ็นเสด (NSAIDs) และเป็นยาที่ใช้บ่อยตัวหนึ่งในบ้านเรา โดยใช้แก้ปวดที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ปวดศีรษะไมเกรน ปวดข้ออักเสบจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ข้อเสื่อมชนิดรุนแรง ข้อสันหลังอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น

#เมเฟนามิค แอซิด (Mefenamic Acid) เป็นยาในกลุ่มยาเอ็นเสด ใช้แก้ปวดที่มีความรุนแรงเล็กน้อยไปจนถึงปานกลาง เช่น ปวดประจำเดือน อาการปวดจากโรคข้ออักเสบ และปวดหลังการผ่าตัด

#เซเลโคซิบ (Celecoxib) คือ ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ออกฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบและอาการปวดที่มีสาเหตุมาจากโรคและภาวะต่าง ๆ เช่น ปวดประจำเดือน โรคข้อเข่าเสื่อม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นต้น

#มีลอกซิแคม (Meloxicam) คือ ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ใช้บรรเทาอาการอักเสบ บวม ตึง หรือปวดจากโรคไขข้อต่าง ๆ เช่น โรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นต้น ใช้ได้ทั้งในผู้ใหญ่และเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป การใช้ยาในระยะยาวหรือในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยา

หลัก 4 ควร เพื่อถนอมไต คือ กินยารักษาอย่างต่อเนื่อง สอบถามจนเข้าใจถึงยาทึ่กินอยู่ แจ้งแพทย์ทุกครั้งว่าเป็นโรคอะไร และมีรายชื่อยาที่ใช้เป็นประจำพกติดตัวไว้ เมื่อมาพบแพทย์
ส่วนหลัก 4 ไม่ควร เพื่อป้องกันผลเสียของยาต่อไต คือ ไม่หยุดยาเอง ไม่ซื้อยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อ หรืออาหารเสริมมากินเอง ไม่หลงเชื่อคำโฆษณาแล้วซื้อยาที่ไม่รู้จักมากิน และไม่กินยาของผู้อื่น โดยเชื่อว่าจะใช้ได้ผลดีเหมือนกัน
ซึ่งหากใช้ยาได้ถูกต้อง สมเหตุผล ปัญหาเรื่องไตก็จะลดลง

#ขอบคุณข้อมูลจาก
พญ.วรรณิยา มีนุ่น แพทย์ด้านอายุรกรรมโรคไต รพ.ราชวิถี
จากงานเสวนา หัวข้อ “ยาที่ควรระวังในโรคไต” จัดโดยชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย

Back to คนมีสาระ