ตอนที่ 23 : ปฏิทินดาราศาสตร์ : วิถีดวงดาว กับ วิถีมนุษย์

โลกวันนี้
โดย สมเกียรติ อ่อนวิมล
XXIII

ปฏิทินดาราศาสตร์:วิถีดวงดาว กับ วิถีมนุษย์ในสังคมที่ไม่คิดเป็นวิทยาศาสตร์ มนุษย์จะอ้างว่าวิถีแห่งชีวิตตน – หรือความเป็นไปแห่งการดำเนินชีวิตของตน – ถูกกำกับด้วยวิถีแห่งการโคจรของดวงดาวมนุษย์ในประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ส่วนหนึ่งของสังคมยอมจำนนต่อดวงชะตาที่วนเวียนเป็นวงจักรแห่งราศีบางที่ก็เรียกสั้นๆว่า ‘ดวงชะตาราศี’ แถมบังคับใช้เพียงดาวเคราะห์ที่ไร้ชีวิตเพียงไม่เกิน 9 ดวง(รวมดาวแคระพลูโต) ในวงโคจรรอบดาวฤกษ์ที่ตั้งชื่อว่า ‘ดวงอาทิตย์’ เพียงดวงเดียวทว่าข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์อันเป็นผลพวงของการเฝ้าสังเกต ศึกษา ค้นคว้า วิจัยเดินทางสำรวจกลั่นกรองข้อมูลและกระบวนการเครือข่ายการศึกษาทางวิทยาศาสตร์แบบต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันและพิสูจน์ได้มนุษย์ผู้อาศัยเหตุผลและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ อันประกอบด้วยสาขาความรู้ด้านจักรวาลวิทยา(Cosmology), ดาราศาสตร์ (Astronomy), ฟิสิกส์ (Physics), คณิตศาสตร์ (Mathematics), ดาราชีวศาสตร์ (Astrobiology) ได้ความรู้แล้ว ณ วันนี้ว่า:

  1. เฉพาะในเอกภพ (Universe) อันเป็นภพเดียวในจักรวาลที่เรารู้จักนั้นกว้างใหญ่ไพศาลและขยายตัวออกไปอย่างที่ยังหาขอบเขตสิ้นสุดมิได้ เอกภพมีดาราจักร หรือ กาแลกซี (Galaxy) นับได้ประมาณหนึ่งแสนล้าน Galaxies และในแต่ละ Galaxy ก็มีดวงดาวประเภทดาวฤกษ์ซึ่งให้พลังงานแสงและความร้อนของตนเองที่เรียกว่าดวงอาทิตย์อยู่ราวๆหนึ่งแสนล้านดวง (อ้างได้จากหนังสือเรื่อง ABrief History of Time โดยศาสตราจารย์ Stephen Hawking พิมพ์ครั้งแรกโดย Bantam Books ปี 1988) ดังนั้นดวงอาทิตย์ของโลกมนุษย์จึงเป็นเพียงดวงอาทิตย์ดวงเดียวที่มนุษย์รู้จักดีพอว่าส่งอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ 7,700 ล้านคน และดาวเคราะห์ไร้ชีวิตอีก 8 ดวงก็ได้รับอิทธิพลจากดวงอาทิตย์ทำนองเดียวกันดวงอาทิตย์มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตมนุษย์แน่นอน ส่วนดาวเคราะห์อีก 8ดวงนั้นก็ล้วนแล้วแต่อยู่ภายได้พลังดึงดูดและรังสีจากดวงอาทิตย์ทั้งสิ้น ดาวเคราะห์ทั้งหมดรวมทั้งดาวเคราะห์โลกต่างก็ยอมสยบให้กับดวงอาทิตย์ ยอมรับแรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์แล้วโคจรรอบดวงอาทิตย์ในระยะห่างตามพิกัดและระนาบวงโคจรของตนเองเป็นเช่นนี้มาแต่แรกกำเนิดระบบสุริยะ 4,500 ล้านปีแล้ว นี่คือโครงสร้างของเอกภพ
  2. โลกลอยอยู่ในพื้นที่อวกาศ หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็ววัดที่เส้นศูนย์สูตร 1,669.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือ 465.1 เมตรต่อวินาที ขณะที่โลกหมุนก็หมุนรอบแกนโลกที่เอียง 23.4 องศาโดยแกนโลกจะเหวี่ยงเล็กน้อย นี่คือเวลาในปฏิทินมนุษย์ที่กำหนดให้เรียกว่า 1 วัน
  3. ขณะที่โลกหมุนรอบตัวเองอยู่นั้น โลกก็เคลื่อนขยับเดินทางไปข้างหน้า เป็นวิถีโคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยอัตราความเร็ว 108,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือ 1,800 กิโลเมตรต่อนาที หรือ 30 กิโลเมตรต่อวินาที วงโคจรของโลกเป็นวงรีระยะทางโคจรรอบวงเท่ากับ 940,000,000 (เก้าร้อยสี่สิบล้าน) กิโลเมตร นี่คือเวลา 1 ปี ตามปฏิทินที่มนุษย์กำหนดขึ้น
  4. ขณะที่โลกหมุนรอบตัวเอง และโคจรรอบดวงอาทิตย์ไปเรื่อยๆนั้น ดวงอาทิตย์ศูนย์กลางแห่งระบบสุริยะของโลกมนุษย์ ก็เดินทางหรือโคจรไปบนเส้นปลายเกลียวของ Galaxy ที่มนุษย์ตั้งขื่อว่า ‘The Milky Way Galaxy’ หรือ ‘กาแล็กซีทางช้างเผือก’ ตามที่เรียกันในวิทยาศาสตร์วัฒนธรรมไทย ทั้งดวงอาทิตย์ของมนุษย์ และดวงอาทิตย์ดวงอื่นอีกแสนล้านดวงในGalaxy ทางช้างเผือก ก็พากันเดินทางเป็นวงโคจรแบบใบพัดสะบัดเส้นเกลียวรอบใจกลางหรือศูนย์กลางของ The Milky Way Galaxy การเดินทางโคจรของดวงอาทิตย์แสนล้านดวงรอบศูนย์กลางของดาราจักรของตนนี้ใช้เวลา 225 ล้านปี ตามเวลาปีของโลก หมายความว่าโลกจะต้องโคจรรอบดวงอาทิตย์ 225 ล้านรอบ โลกกับดาวเคราะห์อื่นและดวงอาทิตย์ของมนุษย์กับดวงอาทิตย์อื่นจึงจะโคจรวกกลับมาจุดเริ่มของวงโคจรเดิมครบหนึ่งรอบ นี่คือเวลา 1 ปีจักรวาล เรียกเป็นภาษาวิทยาศาสตร์ว่า Cosmic Year รวมความได้ว่า 1 ปีจักรวาล เท่ากับ 225 ล้านปีโลกมนุษย์

ส่วนที่ว่าจะเริ่มนับปีใหม่ตรงไหน ก็ตอบได้ว่าตรงไหนก็ได้ ตามความสะดวกและความพึงพอใจของมนุษย์ เพราะจุดเริ่มจริงของวงกลมและวงรีนั้นไม่มีอยู่แล้ว เมื่อมนุษย์บังเอิญมาอยู่บนโลก และโลกก็บังเอิญถูกบังคับโดยกฎธรรมชาติ หรือกฎแห่งฟิสิกส์ (Natural Law หรือ Law of Physics) มีอันต้องโคจรไปเป็นวงด้วยแรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์ วนไปรอบดวงอาทิตย์มานับแต่กำเนิดโลกแล้ว ปฏิทินที่มนุษย์ให้เริ่มนับ ณ วันที่ 1 มกราคม จึงเป็นนวัตกรรมที่มนุษย์ตกลงกันสร้างขึ้นและให้ยอมรับนับวันเดือนปีตามที่กำหนดเท่านั้น

แม้ปฏิทินที่มนุษย์กำหนดจะดูเหมือนว่าในทางวิทยาศาสตร์ (ที่คำนึงถึงทุกสาขาความรู้ที่เกี่ยวข้อง) มนุษย์สามารถใช้เสรีภาพส่วนบุคคลเริ่มนับวันขึ้นปีใหม่ ณ จุดเริ่มของวงโคจรของโลกได้ตามใจชอบ
แต่มนุษย์ก็เห็นว่าน่าจะสร้างปฏิทินให้เป็นสากลโดยยึดถือฤดูกาลต่างๆที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของวิถีแห่งเอกภพและดวงดาว โดยเฉพาะสัมพันธ์ภาพระหว่างดวงอาทิตย์กับโลก ปฏิทินสากลที่มนุษย์ใช้ทุกวันนี้ ที่เริ่มปีใหม่ ณ วันที่ 1 มกราคม จึงเกิดขึ้นด้วยเหตุผลของวัฏจักรแห่งฤดูกาล เพราะมนุษย์ดำเนินชีวิต ตื่น ทำงาน หลับพักผ่อน และตื่นกลับขึ้นมาทำงาน หรือถ้าไม่ทำงานก็ใช้ชีวิตโลดแล่นไปตามอิทธิพลของฤดูกาลและภูมิอากาศ มนุษย์จึงมองไปที่ปฏิทินเพื่อจะได้รู้ว่าวันที่ควรเริ่มเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวพืชผลเป็นวันใดควรเตรียมตัวแต่งกายแบบไหนเพื่อเตรียมออกเดินทางไปนอกบ้านตามสภาพอากาศวันไหนควรทำงานหนักยาวนาน วันไหนควรพักผ่อน ปีใหม่ของมนุษย์ที่เห็นเป็นสากลเริ่มวันที่ 1 มกราคม เป็นช่วงเวลากลางฤดูหนาวพอดี แต่จากการคำนวณทางดาราศาสตร์ วันที่เป็นกลางฤดูหนาวพอดีคือวันที่ 21 ธันวาคม (หรือเวลา 04:19 น. วันที่ 22 ธันวาคม) เป็นวันที่เรียกว่า WInter Solstice หรือ ‘เหมายัน’ ในภาษาสันสกฤตที่คนไทยยืมมาใช้เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขยับตัวมาตรงจุดหยุดนิ่งกลางทางระหว่างการเคลื่อนย้านในแนวเหนือใต้ตามที่มนุษย์สังเกตดูจากพื้นโลกโดยเปรียบเทียบกับดาวบนท้องฟ้า จากจากฤดูหนาวไปฤดูร้อน ณ จุดกลางทางนี้เป็นจุดที่ดูเหมือนว่าดวงอาทิตย์จะหยุดกลางทาง (ภาษาละติน คำว่า ’sol’ แปลว่า ‘sun / ดวงอาทิตย์’, และ ‘sistere’ แปลว่า ‘to stand still / หยุดนิ่ง) เวลากลางวันจะสั้นที่สุด และกลางคืนจะยาวที่สุดเมื่อเวลาค่อยๆเคลื่อนเข้าสู่ฤดูร้อนตอนครึ่งหลังของฤดูหนาว กลางวันก็จะค่อยๆยาวขึ้นกลางคืนก็จะค่อยๆสั้นลงตามลำดับ

โดยเปรียบเทียบอย่างคร่าวๆ มนุษย์ทั้งโลกเห็นว่าปีใหม่ควรจะเริ่มต้นตอนย่างเข้าสู่ฤดูร้อนชาวตะวันตกเริ่มปีใหม่กลางฤดูหนาว ปีใหม่ของฝรั่งจึงเริ่มเดือนมกราคมส่วนชาวตะวันออกจะเริ่มปีใหม่ตอนปลายฤดูหนาว หรือเริ่มต้นฤดูร้อนพอดี ชาวจีนซึ่งอยู่บนเส้นรุ้งเหนือกว่าอินเดียและไทย เริ่มปีใหม่ปลายหน้าหนาวส่วนชาวอินเดียและไทยอยู่เขตร้อนมากกว่าก็เริ่มปีใหม่ในเดือนเมษายน ช้ากว่าจีนราวสองเดือน
หรือสองรอบโคจรของดวงจันทร์รอบโลก

ไม่ว่าจะเริ่มปีใหม่ฤดูไหนก็ล้วนแล้วแต่เป็นอิทธิพลจากดวงอาทิตย์ดวงเดียวกับความสัมพันธ์กับโลกและดวงจันทร์เท่านั้น ดาวพุธ, ดาวศุกร์, ดาวอังคาร, ดาวพฤหัส, ดาวเสาร์, ดาวยูเรนัส, ดาวเนปจูน, และดาวพลูโต,
เป็นดาวเคราะห์และดาวแคระไม่มีชีวิต และอยู่ไกลเกินกว่าที่จะมามีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์บนดาวเคราะห์โลก
ชีวิตมนุษย์จึงมิได้ขึ้นอยู่กับดวงชะตาราศีแต่ประการใด!